อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือน

 

อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือนต่างชาติเทขายหุ้น

 


ADVERTISEMENT



อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือน


เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือน

 

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือนต่างชาติเทขายหุ้น

 

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานสรุปการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้(19-23 ธ.ค.)ว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือนที่ 36.07 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงขายสุทธิในหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ยังคงมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในปีหน้า อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่นักลงทุนบางส่วนมีการขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ ออกมาก่อนช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลในช่วงปลายปี สำหรับในวันศุกร์ (23 ธ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.98 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ (16 ธ.ค.)

 

ส่วนสัปดาห์หน้า (26-30 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.80-36.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดี การซื้อขายในตลาด อาจเริ่มเบาบางลงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสิ้นปี โดยตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันคริสต์มาส

 

ด้านตลาดหุ้นไทยภาพรวมการเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง โดยแรงขายของต่างชาติหลังเงินบาทอ่อนค่า โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,509.98 จุด ลดลง 0.82% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ลดลง 30.18% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 34,112.76 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 599.03 จุด ลดลง 0.83% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า รวมทั้ง ความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงในตุรกีและเยอรมนี ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ดัชนีปรับฟื้นตัวขึ้นในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อ LTF และ RMF กลับมา หลังราคาหุ้นปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า
ส่วนสัปดาห์หน้า(26-30 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,500 และ 1,485 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,520 และ 1,530 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดเกิดใหม่และแรงซื้อ LTF และ RMF ในช่วงท้ายปี ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน-สำนักข่าวไทย

 


ADVERTISEMENT




ADVERTISEMENT


เนื้อหาใกล้เคียง

Ads




หมวดหมู่