พฤติกรรมการ รักษาสิวแบบผิดๆ ที่ควรเลิกทำ มีอะไรบ้าง

 

เกร็ดความรู้วันนี้ สาระวันนี้ พฤติกรรมการ รักษาสิวแบบผิดๆ ที่ควรเลิกทำ มีอะไรบ้าง สาระน่ารู้วันนี้ เคล็ดลับดูแลผิว มาดูกันว่า พฤติกรรมการ รักษาสิวแบบผิดๆ ที่ควรเลิกทำ มีอะไรบ้าง

 


ADVERTISEMENT



พฤติกรรมการ รักษาสิวแบบผิดๆ ที่ควรเลิกทำ มีอะไรบ้าง


 

การรักษาสิวแบบผิดๆ

 

สิว เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งปัญหาผิวที่สาวๆ หลายคนไม่อยากจะเจอเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเมื่อเป็นสิวแล้วมักจะแต่งหน้าไม่สวย สาวๆ เกิดอาการขาดความมั่นใจ นอกจากนั้นแล้วยังอาจจะนำมาซึ่งปัญหาอีกหลายๆ อย่าง เช่น สิวอักเสบ ริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ หลังการเป็นสิว เป็นต้น การรักษาสิวนั้นมีหลายวิธี แต่สาวๆ ลองเช็คดูนะคะว่า เรารักษาสิวกันแบบผิวดๆ อยู่หรือเปล่า ซึ่งหากใช้วิธ๊ผิดๆ จะยิ่งทำให้สิวและผิวของเรานั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ เลยทีเดียวค่ะ

 

พฤติกรรมรักษาสิวแบบผิดๆ ที่ควรเลิกทำ

 

1. รักษาโดยการใช้ยาที่ส่วนผสมของสเตียรอยด์ สำหรับยาประเภทนี้มักจะเป็นยาแต้มสิวต่างๆ นั่นเอง โดยจริงอยู่ที่ว่ายาประเภทนี้จะช่วยลดอาการอักเสบและทำให้สิวยุบได้เร็ว แต่บอกเลยว่าในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อผิว และทำให้เกิดสิวเรื้อรังไม่จบไม่สิ้นได้ เพราะยาสเตียรอยด์นั้นจะทำให้ผิวบางลง จนทำให้ผิวนั้นอ่อนแอเป็นสิวง่าย เกิดอาการระคายเคือง หรือถ้าถึงขั้นร้ายแรงนั้นอาจจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นมาได้ด้วยค่ะ

 

2. บีบสิว หรือกดสิวด้วยตัวเอง ตลอดจนการแกะสิวเป็นประจำ แน่นอนว่าเป็นวิธีแบบเบสิก ที่สาวๆ มักจะทำพื่อบีบเอาหัวสิวออกมา แต่ต้องบอกว่าเป็นวิธีการจัดการกับสิว ที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างมาก เพราะอาจจะทำให้สิวเกิดอาการอักเสบ บวม แดง ยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้นยังทำให้เกิดแผลได้ง่าย เมื่อสิวหายแล้วจะทิ้งรอยด่างดำ หรือรอยแผลเป็นเอาไว้ด้วยค่ะ

 

3. ชอบโกนขนบนใบหน้า แม้แต่เวลาที่เป็นสิว รู้ค่ะว่าการกำจัดขนบนผิวหน้านั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสาวๆ แต่ระหว่างการเป็นสิวควรหลีกเลี่ยงการโกนขนบนใบหน้า เพราะใบมีดโกน (โดนเฉพาะมีดโกนแบบใบมีดหลายชั้น) นั้นจะทำให้สิวเกิดเป็นแผล และยิ่งอักเสบได้ นอกจากนั้นยังอาจจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ หลังสิวหายอีกต่างหาก

 

4. กินยาฆ่าเชื้อ สำหรับยาฆ่าเชื้อนั้นเป็นยารักษาสิวอีกอย่างหนึ่งที่สาวๆ หลายคนชอบใช้เมื่อเป็นสิว ที่แม้ยาจะช่วยจัดการกับเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ แต่มันจะส่งผลเสียต่อร่างกายและผิวในระยะยาว เพราะมันจะเป็นตัวการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ดีด้วยเช่นกัน ส่งผลทำให้ระบบต่างในร่างกายทำงานแปรปรวน อีกประการหนึ่งยังมีผลเสียต่อตับโดยตรงอีกด้วย หากใช้เป็นประจำ

 

5. กินอาหารเสริม ที่มีวิตามินเอมากเกินไป สำหรับวิตามินเอนั้นมีคุณประโยชน์ ที่ช่วยในการจัดการกับสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแต่ว่าเราไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะมันจะส่งผลเสียต่อตับโดยตรง นอกจากนั้นการรับประทานวิตามินเอควรรับประทานจากอาหารดีกว่าการรับประทานจากอาหารเสริม

 


ADVERTISEMENT




ADVERTISEMENT


เนื้อหาใกล้เคียง

Ads




หมวดหมู่