ประโยชน์ของเตยหอม และ สรรพคุณของเตยหอม

 

ในสังคมไทยเรานั้น หากพูดถึงอาหารคาวหวานที่เรานิยมรับประทานกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวดั้งเดิมของไทยแต่โบราณอย่างข้าวเหนียวหน้าสังขยาใบเตย หรือ วุ้นกะทิใบเตย หรือมื้อเร่งด่วนของหนุ่มสาวสมัยนี้อย่างขนมปังที่พกพาง่าย กินสะดวก

 


ADVERTISEMENT



ประโยชน์ของเตยหอม และ สรรพคุณของเตยหอม


เราคนไทยก็ยังนิยมนำใบเตยมาเป็นส่วนประกอบจนเกิดเป็นขนมปังไส้สังขยาใบเตย และ เค้กครีมโรลกลิ่นใบเตย นอกจากเตยหอมจะมีความหอม, รสหวาน และ หาซื้อง่ายจนได้เป็นอาหารคู่ครัวไทยประเภทหนึ่งแล้วนั้น เตยหอมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายด้วยนะคะ

 

เตยหอม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวลักษณะเป็นพุ่มเล็ก ๆ ใบจะยาวเรียวมีกลิ่นหอม ผิวเป็นมัน เหมือนผิวสาวสุขภาพดีเลย ว่ามั๊ย และหากเราสังเกตุดี ๆ จะพบว่า ด้านในท้องใบจะเป็นรูปคล้าย ๆ กระดูกงูเรือด้วยค่ะ การจะนำเตยหอมมาปรุงเป็นยานั้น เราสามารถนำมาใช้ได้ทั้ง ต้น, ราก และ ใบสด เลยค่ะ เตยหอมดีทั้งต้นเลยค่ะ เริ่มจาก “ต้นและราก” ของเตยหอมนั้น เราสามารถนำมาใช้เป็นยาขับปัสสวะ หรือ บรรเทาอาการไข้ลงได้

 

วิธีการนำไปปรุงยาก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำรากมาสักครึ่งกำมือ หรือ จะใช้ต้นเตยหอมมา 1 ต้น ก็ได้ค่ะ โดยเอามาต้มน้ำ แล้วดื่มเมื่อมีอาการ ก็จะช่วยให้ขับปัสสาวะง่ายขึ้น ไข้ลดลงด้วยค่ะ ส่วน “ใบสดของเตยหอม” นั้น หากเรานำมาตำพอแหลก ก็สามารถนำมาพอกบริเวณร่างกายเพื่อใช้รักษาอาการโรคผิวหนังได้ด้วยนะคะ เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ใบสดของเตยหอมมาเป็นส่วนผสมของอาหาร เพื่อแต่งกลิ่น และ ทำให้ขนมนั้นมีสีเขียวน่ารับประทานและไม่ใช่สารปรุงแต่งที่เป็นอันตราย แต่เป็นสีจากธรรมชาติดี ๆ นั่นเอง ทำให้ขนมได้รสชาติ สีสรรน่ารับประทาน และ ยังไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภคอีกด้วย

 

ความน่าสนใจของใบสดเตยหอมนั้นคือ สรรพคุณด้านการรักษาโรคหืด, สามารถนำมาใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ และ บรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้อีกด้วย ขั้นตอนในการนำมาปรุงเป็นยาก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนักค่ะ หากเราต้องการนำมาปรุงเพื่อบำรุงหัวใจ ก็ให้นำใบสดของเตยหอมมาผสมในอาหาร ซึ่งจะทำให้อาหารมีรสหอม เย็น  รับประทานแล้วก็จะให้หัวใจชุ่มชื้นขึ้น หรือ จะเลือกเอาใบสดเตยหอมมาคั้นเป็นน้ำกรองเอาไว้รับประทาน โดยจิบครั้งละ 2 – 4 ช้อนโต๊ะ เป็นประจำสม่ำเสมอค่ะ แต่ถ้าหากจะใช้เป็นยาสำหรับลดอาการโรคเบาหวานนั้น ให้เรานำรากของเตยหอมมาราว ๆ 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นก็ตั้งไฟต้มน้ำจนเดือด และนำมากรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ นำมาดื่มอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็นค่ะ  นอกจากจะชื่นใจกว่าการกินยาทั่วไปแล้ว ยังบรรเทาอาการได้ดีอีกด้วยค่ะ

 

ภาพประกอบจาก pixabay.com


ADVERTISEMENT




ADVERTISEMENT


เนื้อหาใกล้เคียง

Ads




หมวดหมู่