กุศลกรรมบถ 10 หนทางแห่งคนดีสิบประการ

 

“ธมฺมญจเร สุจริตํ น ตํ ทุจฺจริตํ จเร ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จาติฯ” บุคคลพึงประพฤติธรรมส่วนสุจริตอยู่ทุกเมื่อเถิด ไม่พึงประพฤติธรรมส่วนทุจริตเลย ผู้ประพฤติธรรมส่วนสุจริต ย่อมนอนเป็นสุข หรือเป็นสุขทุกอิริยาบถ ทั้งในโลกนี้ด้วย โลกเบื้องหน้าด้วย

 


ADVERTISEMENT



กุศลกรรมบถ 10 หนทางแห่งคนดีสิบประการ


กุศลกรรมบถ 10 หนทางแห่งคนดีสิบประการ

 

สุภาษิตบทนี้คือที่มาของ “กุศลกรรมบถ10” หรือหนทางแห่งการทำดีปฏิบัติชอบสิบประการ เมื่อนำส่วนประกอบทั้งสองส่วนของ “กุศล” ซึ่งแปลว่าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบและ กรรมบถซึ่งหมายความว่าการกระทำ หนทางแห่งการกระทำ (กรรมแปลตรงตัวว่าการกระทำ) ซึ่งมีส่วนประกอบที่สามารถแยกออกเป็นสามส่วนหลักหลักนั้นก็คือ กายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม

 

กายกรรม : ในเมื่อกายแปลว่าร่างกายนั่นก็หมายถึงการกระทำ การปฏิบัติของร่างกายนั้นเพื่อหนทางที่ดี หนทางที่ชอบซึ่งจะต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น ซึ่งกายกรรมสามารถประกอบไปด้วย สามข้อดังนี้

 

“อย่าเบียดเบียนร่างกาย” ซึ่งหมายถึงการทำร้าย การฆ่าสัตย์ตัดชีวิต

“อย่าเบียดเบียนทรัพย์” นั่นคือการไม่มุ่งร้าย ฉกชวยทรัพย์ของผู้อื่นซึ่งมิได้มาจากกำลังแรงกายของตน

“อย่าเบียดเบียนประพฤติผิดในกาม” การที่ไม่คิดสบคมชู้ หรือ ทำสิ่งร้ายที่เป็นการประพฤติผิดในเรื่องของกามารมณ์

 

วจีกรรม : วจีแปลตรงตัวว่าวาจา นั่นก็หมายถึงการพูดจาสื่อสารในทางดี ทางที่ชอบไม่พูดจาส่อเสียดทำร้ายหรือว่าร้ายผู้ใด ในหัวข้อวาจานี้ก็สามารถแบ่งออกได้เป็นสี่ข้อใหญ่ดังนี้

 

“อย่าพูดเท็จ” การพูดเท็จไม่ซื่อตรง โกหกนั้นเป็นที่มาของกรรมชั่วมากมายหลายอย่างที่จะตามมา การพูดความจริงเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด

“อย่าพูดส่อเสียด” การพูดเป็นหนทางแห่งความสามัคคี และความแตกหักการพูดจาส่อเสียดเช่นกันเป็นหนทางแห่งความร้าวฉานจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

“อย่าพูดจาหยาบคาย” หากเมื่อนึกถึงว่าเราเป็นผู้ฟัง เราเองนั้นก็ย่อมต้องการฟังถ้อยคำที่สุภาพอ่อนหวาน ในบางเหตุการณ์ที่ร้ายร้าย หากพูดจาด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวานแล้วอาจจะเปลี่ยนเรื่องร้ายกลายเป็นดีได้

“อย่าพูดจาไร้ประโยชน์” หากพูดจาไร้แก่นสารไร้ประโยชน์ก็ไม่สมควรพูด แต่ส่วนตัวผมกลับคิดว่าในยุคปัจจุบันหามีเรื่องไร้สาระบ้าง ชีวิตคงได้ผ่อนคลายขึ้นบ้างจากความเครียดมากมายในสังคม

 

มโนกรรม : การมุ่งคิดที่จะไม่ประสงค์ร้าย ไม่คิดที่จะเบียดเบียนผู้อื่นซึ่งจะสามารถแบ่งได้อีกเป็น สามประการดังนี้

“อย่าคิดได้โลภของผู้อื่น” การที่ไม่คิดที่ละโลภมุ่งเบียนเบียดผู้อื่น

“อย่าคิดพยาบาทผู้อื่น” การไม่คิดร้าย ปองร้าย อาคาดผู้อื่น

“อย่าเห็นผิดเป็นชอบ” การเห็นผิดเป็นชอบ เห็นผิดเป็นชอบก็ไม่ควรจะคิดเป็นอย่างยิ่ง

 

หากมีจิตใจที่สะอาดบริสุทธ์ทั้งกาย วาจา ใจ หรือ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมนั้นหากความดีงามทั้งสามส่วนนี้เกิดขึ้นกับจิตใจของมนุษย์แล้วนั้น สังคมและผู้คนรอบข้างย่อมสะอาดและบริสุทธ์ตามไปด้วย

 
>> พรหมวิหาร 4 คืออะไร หมายถึงอะไร หลักพรหมวิหาร 4 มีอะไรบ้าง
>> ศีล 5 มีอะไรบ้าง ความหมาย คำอาราธนาศีล 5 พร้อมคำแปล
>> ศีล 8 มีข้อห้ามอะไรบ้าง ความหมาย คำอาราธนาศีล 8 พร้อมคำแปล
>> หลักธรรม สังคหวัตถุ 4 การนําไปใช้กับการทํางาน
>> หลักสัปปุริสธรรม 7 กับเศรษฐกิจพอเพียง การดำเนินชีวิตตามสายกลาง
>> อิทธิบาท 4 หลักธรรม ในการทํางานร่วมกัน ธรรมะกับการทำงานเป็นทีม
 

ภาพประกอบจาก pixabay.com


ADVERTISEMENT




ADVERTISEMENT


เนื้อหาใกล้เคียง

Ads




หมวดหมู่