ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า และ สรรพคุณของกล้วยน้ำว้า

 

ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม เราคนไทยจึงเป็นคนโชคดีมาก ๆ ที่มีพืช ผัก ผลไม้ หลากสี หลายรส มากสรรพคุณให้เลือกกินกันได้ไม่ซ้ำวัน ไม่เว้นแม้แต่กล้วย เราก็มีหลายขนาด หลากพันธุ์ มากรสชาติเช่นกันค่ะ

 


ADVERTISEMENT



ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า และ สรรพคุณของกล้วยน้ำว้า


และในบรรดากล้วยที่เรารู้จักไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอม กล้วยไข่ หรือ กล้วยเล็บมือนางนั้น ใครจะรู้บ้างว่า กล้วยน้ำว้า หรือที่ชาวเมืองจันท์เรียกว่ากล้วยมะลิอ่อง, กล้วยใต้ตามภาษาชาวเชียงใหม่, กล้วยอ่องอย่างที่คนชัยภูมิตั้งชื่อ หรือ ที่คนอุบลฯเรียกกันว่ากล้วยตานีอ่อง นั้น นอกจากจะอร่อยกินง่ายแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย

 

กล้วยน้ำว้าดิบนั้น จะมีรสฝาด นะคะ แต่รสฝาด ๆ ของกล้วยนั่นแหละค่ะ ช่วยรักษาอาการท้องเดิน, ลดอาการแน่นท้องจากอาหารไม่ย่อย และ ยังแก้อาการโรคกระเพาะได้ด้วยค่ะ วิธีรับประทานเพื่อลดอาการท้องเดินก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงคุณนำกล้วยน้ำว้าดิบมาปอกเอาเปลือกออกจนหมด แล้วก็ค่อย ๆ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ นำลงใส่หม้อเติมน้ำลงไปพอท่วม จากนั้นก็ต้มต่อประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ ค่อย ๆ เทใส่แก้วดื่มครั้งละ ½ – 1 แก้ว แต่ควรจะดื่มทุกครั้งที่ยังมีอาการขับถ่ายค่ะ หรือ จะดื่มทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมงในช่วง 4 – 5 ชั่วโมงแรกก็ดีค่ะ หลังจากนั้นก็ค่อยลดลงมาดื่มทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง เฉลี่ยก็วันละ 3 – 4 ครั้งนะคะ

 

แต่ถ้าคุณมีอาการโรคกระเพาะหล่ะก็ วิธีรับประทานจะต่างออกไปค่ะ แต่ก็ไม่ยากอะไรนักหรอกค่ะ เริ่มจากนำกล้วยน้ำว้าดิบมาปอกเปลือกออก แล้วก็ค่อย ๆ ฝ่านเป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้น นำไปวางเรียงผึ่งแดดไว้สัก 2 วันจนกล้วยที่ตากนั้นแห้ง กรอบขึ้น จึงนำมาบดเป็นผงละเอียด ๆ เก็บใส่ขวดไว้ให้มิดชิด พอจะรับประทานก็ตักออกมาสัก 1 – 2 ช้อนโต๊ะผสมลงในน้ำดื่ม, น้ำข้าว หรือ น้ำผึ้ง ก็ได้ตามสะดวก และ ตามความชอบค่ะ แต่ควรจะดื่มก่อนรับประทานอาหารราว ๆ ครึ่งชั่วโมงนะคะ และ ดื่มอีกสักครั้งก่อนเข้านอนเป็นประจำทุกวันค่ะ

 

ส่วนกล้วยน้ำว้าที่สุกงอม แล้ว เราก็สามารถนำมารับประทานเพื่อเป็นยาระบายในคนที่มีปัญหาท้องผูก หรือ อุจจาระแข็งได้ค่ะ และ ผู้ที่มีอาการริดสีดวงทวารทั้งในระยะเริ่มแรกจนถึงผู้ที่มีอาการขับถ่ายเป็นเลือดค่ะ วิธีรับประทานนั้นก็แสนจะง่ายค่ะ ก็คือให้หมั่นรับประทานกล้วยน้ำว้าที่สุกจนงอมก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง และทานราว ๆ 2 ผลต่อครั้งให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน เพื่อให้ได้ผลดี ควรเคี้ยวให้ละเอียดที่สุดด้วยนะค่ะ นอกจากนั้นแล้ว ส่วนที่เป็นหัวปลี หรือ ช่อดอกของต้นกล้วย ก็มีประโยชน์ในการขับน้ำนม โดยนำไปปรุงเป็นอาหารอย่างแกงเลียงค่ะ แนะนำเลยโดยเฉพาะสตรีที่เพิ่งคลอดบุตรระยะแรกค่ะ

 

ว่าแล้วก็ มากินกล้วยกันเถอะค่ะ


ADVERTISEMENT




ADVERTISEMENT


เนื้อหาใกล้เคียง

Ads




หมวดหมู่