โรคสมาธิสั้นคืออะไรและการให้ความช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นต้องทำอย่างไร

 

ปัญหาหนึ่งที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานรวมไปถึงการเรียนนั้น คือปัญหาสมาธิสั้น โดยปัญหาสมาธิสั้นถือเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ต้องได้รับการรักษาตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากอาการสมาธิสั้นมักเกิดขึ้นและแสดงอาการเด่นชัดในวัยเด็ก และจะก่อให้เกิดผลเสียต่อการเรียนโดยตรง เพราะเด็กจะไม่สามารถจดจ่อสมาธิให้อยู่กับการเรียนได้ ที่สำคัญหากลองสำรวจดูคนรอบข้างก็จะพบว่าโรคสมาธิสั้นนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว ในต่างประเทศพบโรคสมาธิสั้นของเด็กในวัยเรียนประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 


ADVERTISEMENT



โรคสมาธิสั้นคืออะไรและการให้ความช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นต้องทำอย่างไร



แล้วโรคสมาธิสั้นคืออะไร? ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับอาการของโรคสมาธิสั้นนี้กันเสียก่อน โดยโรคสมาธิสั้นนั้น คืออาการที่จะส่งผลต่อพฤติกรรม อารมณ์ และการเรียนที่จะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ อันได้แก่กลุ่มอาการขาดสมาธิ (attention deficit), การขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง (impulsivity), อาการเหม่อลอยในเด็กผู้หญิง และอาการซน (hyperactivity) ในเด็กผู้ชาย ซึ่งในเด็กผู้ชายบางคนจะพบพฤติกรรมการซนไปจนถึงขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง หรือในเด็กบางคนอาจจะมีอาการซนจนทำให้ขาดสมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ

 

โดยเฉพาะการเรียนได้ และเราอาจจะพบเห็นอาการเหล่านี้ในทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายกันจนชินตา จนไม่คิดว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต โดยเฉพาะการเรียนที่เป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยสมาธิในการจดจ่ออยู่กับความรู้ในห้อง เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักจะมีประสาทสัมผัสจดจ่ออยู่กับหนังสือได้ไม่นาน แม้กระทั่งขณะนั่งฟังเรื่องราวที่คุณครูสอนก็มักจะมีความคิดหรือการกระทำอื่นๆ แทรกเข้ามาให้สมาธิในการฟังนั้นคลาดเคลื่อน เด็กเหล่านี้จึงไม่สามารถจับประเด็นใจความสำคัญในการเรียนแต่ละบทเรียน ยิ่งไปกว่านั้นคือเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะไม่ชอบการอ่านหนังสือนานๆ ซึ่งจะเป็นปัญหาในการเรียนการสอบตามมาอีกเช่นกัน

 

แม้โรคสมาธิสั้นนี้จะไม่สามารถป้องกันได้ แต่ทว่าสามารถให้ความช่วยเหลือในการเรียนของเด็กๆ เหล่านี้ได้ ด้วยการให้เด็กทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับความรู้ต่างๆ ที่ไม่ใช่การอ่านหนังสือ เช่น ให้เด็กเรียนรู้ที่จะปลูกต้นไม้จริงแทนการอ่านวิธีปลูกต้นไม้ หรือจะให้เด็กเล่นเกมต่อคำศัพท์ภาษาอังกฤษแทนการท่องคำศัพท์แทนได้ โดยที่คุณครูผู้สอนหรือผู้ปกครองควรใส่ใจเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นกันอย่างใกล้ชิด และเลือกที่จะเล่าเรื่องราวในตำราเรียนออกมาเป็นภาพแทนการให้เด็กอ่านหนังสือเอง

 

นอกจากนี้ โรคสมาธิสั้นสามารถช่วยเหลือได้ด้วยการทานยาตามคำสั่งของแพทย์ได้ หรือในเด็กบางคนเมื่อโตขึ้นผ่านช่วงวัยรุ่นไปแล้ว อาการเหล่านี้ก็จะสามารถหายไปเองโดยที่สามารถเรียนหนังสือหรือทำงานได้ตามปกติ ถึงอย่างไรก็ตามหากพบเห็นอาการของโรคสมาธิสั้นในเด็ก ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันไว้เสียก่อน

 

ภาพประกอบจาก pixabay.com


ADVERTISEMENT




ADVERTISEMENT


เนื้อหาใกล้เคียง

Ads

loading...

บทความแนะนำ



หมวดหมู่